กฏหมายการเสียภาษีอากรของประชาชน

สิ่งที่รัฐบาลบังคับเก็บจากราษฎรเพื่อใช้เป็นประโยชน์ส่วนรวม โดยไม่ได้มีสิ่งตอบแทนโดยตรงแก่ผู้เสียภาษีอากร โดยวัตถุประสงค์ในการเก็บภาษีเพื่อหารายได้ให้พอกับค่าใช้จ่ายของรัฐบาล เพื่อการกระจายรายได้ เพื่อควบคุมการบริโภคของประชาชน เพื่อการชำระหนี้สินของรัฐบาล หรือสนองนโยบายธุรกิจ และการคลังของรัฐบาล ประเภทภาษีอากรแบ่งเป็นภาษีอากรทางตรงและภาษีทางอ้อม ซึ่งกฎหมายที่ทางรัฐบาลใช้ในการเรียกเก็บภาษี คือ ประมวลรัษฎากร ซึ่งลักษณะของภาษีอากรที่ดีรัฐธรรมนูญเกือบทุกฉบับมักบัญญัติให้ประชาชนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ ในการบัญญัติกฎหมายภาษีอากรที่ดีนั้นมีหลักการบางประการที่ควรคำนึงถึงเพื่อให้ประชาชนมีความสมัครใจในการเสียภาษีอากรและให้กฎหมายดังกล่าวใช้บังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การหลีกเลี่ยงภาษีอากร เป็นการนำของที่ต้องชำระค่าภาษีอากรเข้ามาหรือส่งของออกไปนอกประเทศไทยโดยนำมาผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง แต่ใช้วิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยมีเจตนาเพื่อมิให้ต้องชำระค่าภาษีอากรหรือชำระในจำนวนที่น้อยกว่าที่จะต้องชำระ ดังนั้นผู้นำเข้าหรือส่งออกที่มีความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีอากรจึงมีความผิดฐานสำแดงเท็จอีกฐานหนึ่งด้วย กฎหมายศุลกากรได้กำหนดโทษผู้กระทำผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีอากรไว้สูงสุดคือ ให้ริบของที่หลีกเลี่ยงภาษีอากรและปรับเป็นเงิน 4 เท่าของของราคารวมค่าภาษีอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับและจำ

การเก็บภาษีอากร

•  เป็นการหารายได้ของรัฐ
•  เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารประเทศ
•  เป็นเครื่องมือในการกระจายรายได้
•  เป็นเครื่องมือส่งเสริมความเจริญเติบโตของธุรกิจ การลงทุน
•  เป็นเครื่องมือส่งเสริมการค้าทั้งในและต่างประเทศ
•  เป็นเครื่องมือในการควบคุมการบริโภคของประชาชน
•  เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
•  เป็นเครื่องมือในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

ศาลแพ่ง แผนกคดีภาษีอากร มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง

1 คดีอุทธรณ์คำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานหรือคณะกรรมการเกี่ยวกับภาษีอากร
2 คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากร
3 คดีพิพาทเกี่ยวกับการขอคืนค่าภาษีอากร
4 คดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามข้อผูกพันซึ่งได้ทำขึ้นเพื่อประโยชน์แก่การจัดเก็บภาษีอากร
5 คดีที่มีกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจศาลภาษีอากร

Posted in ธุรกิจ | Tagged | Comments Off

นักธุรกิจในปัจจุบัน ควรมีความรู้ทางด้านกฎหมาย

ในแวดวงธุรกิจจำเป็นต้องมีผู้บริหารในการขับเคลื่อนองค์กร และมีบทบาทอย่างมากในการตัดสินใจรวมถึงกำหนดทิศทางองค์กร ในการบริหารธุรกิจนั้นจึงจำเป็นต้องมีผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านการบริหารการจัดการ การเงิน การตลาด และอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่บริหารธุรกิจจำเป็นต้องรู้ ก็คือ ด้านกฎหมาย

กฎหมายมีความสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน และภาคธุรกิจในอดีตมีความซับซ้อนไม่เท่ากับในปัจจุบันที่มีความยุ่งยากมาก เพราะในอดีตนั้นสังคมในการทำธุรกิจยังมีวงที่จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจต่างรู้จักซึ่งกันและกัน และผู้ประกอบธุรกิจในอดีตต่างยึดมั่นในสัจจะ หรือคำพูด ไม่มีกลอุบายในการประกอบธุรกิจ นอกจากนี้ผู้ประกอบธุรกิจจะรู้จักซึ่งกันและกันเมื่อนักธุรกิจคนใดกระทำการไม่สุจริต คนในวงการธุรกิจจะทราบกันหมดและขอยกเลิกทำการค้าตามๆกันไป

ในด้านธุรกิจปัจจุบันมีความแตกต่างจากในอดีตค่อนข้างมาก โดยดูได้จากสังคมและความเป็นอยู่ที่แตกต่างจากในอดีตเป็นอย่างมาก และการแข่งขันที่สูงขึ้น นอกจากนี้นักธุรกิจในปัจจุบันส่วนมากยังคิดถึงแต่ผลประโยชน์ หาความจริงใจค่อนข้างยาก คนในยุคปัจจุบันจะคุยกันด้วยข้อตกลงทางกฎหมายไม่ค่อยมีความอลุ่มอล่วยเมื่อเปรียบเทียบกับธุรกิจในอดีต เมื่อผู้ทำการค้าผิดสัญญาที่ตกลงกันไว้ คู่สัญญาสามารถบอกเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายได้ โดยไม่สนใจว่าจะค้าขายกันมานานแค่ไหน ในบางครั้งนักธุรกิจไม่ได้วางแผนธุรกิจให้ดีทำให้มีผลกระทบตามมามากมาย

นักธุรกิจหรือผู้บริหารในปัจจุบันจะต้องให้ความสำคัญกับกฎหมายเป็นอย่างมาก ผู้บริหารจะได้รับประโยชน์จำนวนไม่น้อยจากกฎหมาย ในบางครั้งมีการชำระภาษีที่ไม่ถูกต้อง สรรพากรจะมาเยี่ยมเยียน และอาจตรวจสอบบัญชีย้อนหลังได้ ทำให้เสียค่าปรับและเงินเพิ่มจำนวนมาก ถ้านักธุรกิจต้องรู้จักวางแผนในการเสียภาษีได้น้อยลง และถูกกฎหมายย่อมเป็นผลดีต่อธุรกิจ

ในภาคธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญกับทางด้านกฎหมายเพิ่มขึ้น มีการรับนักกฎหมายเข้ามาดำเนินการด้านนี้โดยตรง แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่ว่า ทางผู้บริหารจะไม่สามารถทราบได้ว่า นักกฎหมายเหล่านั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง เพราะถ้าเกิดปัญหาจะทำให้เกิดผลกระทบต่อองค์กร แต่หากมีนักกฎหมายที่ดีต่อธุรกิจก็จะทำให้มีที่ปรึกษาที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ

Posted in ธุรกิจ | Tagged , | Comments Off

จะประกอบธุรกิจควรที่จะรู้กฎหมายไว้

การประกอบธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือธุรกิจขนาดเล็ก ผู้ประกอบการควรมี ความรู้ในด้านกฎหมายบ้างพอสมควร หากตนเองไม่มีความรู้ด้านกฎหมายก็ควรหาผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายมาให้คำแนะนำ เพราะการเริ่มต้นประกอบธุรกิจในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งในรูปแบบของบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือแม้แต่เป็นเจ้าของกิจการคนเดียวก็ล้วนแล้วแต่จะต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมายทั้งสิ้น

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักละเลยไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของกฎหมาย เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือมักจะมองข้ามไป หากไม่เกิดปัญหาหรือข้อพิพาทขึ้นก็มักจะไม่คิดถึงเรื่องกฎหมาย ทั้งๆที่จริงแล้วการประกอบกิจการไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามล้วนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายทั้งสิ้น การที่ผู้ประกอบกิจการประเภทใดก็ตามทำให้ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่เริ่มและยึดหลักกฎหมายในการดำเนินกิจการเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น เพราะหากเกิดข้อพิพาททางกฎหมายขึ้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูกก็มักจะต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลาในการดำเนินการเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการจึงควรคำนึงถึงหลักการประกอบการตามสุภาษิตไทยที่ว่า “กันไว้ดีกว่าแก้”

เมื่อประกอบธุรกิจแล้วมีการซื้อขายสินค้า มีการทำสัญญาเช่าก็จะต้องมีการชำระค่าสินค้าหรือค่าเช่า บางครั้งอาจชำระเป็นเช็ค ซึ่งเช็คตามกฎหมายถือเป็นตราสารชนิดหนึ่งเพื่อประโยชน์ในทางการเงิน การสั่งจ่ายเช็คโดยที่ไม่มีเงินในบัญชี หรือมีเงินในบัญชีไม่พอเมื่อครบกำหนดตามเช็ค อาจมีโทษทางอาญาทั้งจำหรือปรับ หากผู้ประกอบการขาดความเข้าใจในเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับเช็ค ผลสุดท้ายอาจทำให้ผู้ประกอบการต้องรับโทษทางอาญาโดยที่ผู้ประกอบการไม่มีเจตนาจะไม่ชำระเงินตามเช็ค แต่อาจเกิดจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยก็เป็นได้

ในการประกอบกิจการหากต้องมีการทำสัญญากับบุคคลภายนอก ถ้อยคำในสัญญา บางครั้งเป็นภาษากฎหมาย ผู้ประกอบการอาจไม่เข้าใจกับภาษากฎหมาย เมื่อผู้ประกอบการลงนามในสัญญานั้นไปแล้วก็เท่ากับผูกพันตนไปกับสัญญานั้น ทั้งที่ยังไม่เข้าใจข้อสัญญาอย่างถ่องแท้ ซึ่งส่งผลให้อาจเสียเปรียบกับคู่สัญญาได้

ปัญหาและข้อพิพาทต่างๆของผู้ประกอบการในการทำธุรกิจก็มักเกิดจากความไม่เข้าใจหรือขาดความรู้ทางด้านกฎหมายของตัวผู้ประกอบการ รวมถึงไม่ให้ความสำคัญในเรื่องกฎหมายอันจะนำมาซึ่งความเสียหายในอนาคต

ดังนั้น ก่อนที่จะประกอบธุรกิจรูปแบบใดก็ตาม นอกจากจะศึกษาหาความรู้ในเรื่องตัวสินค้า กระบวนการผลิต วิธีการหาตลาด ฯลฯ ผู้ประกอบการควรศึกษาหาความรู้ในด้านกฎหมายควบคู่ไปด้วย อาจไม่ต้องศึกษาจนเชี่ยวชาญเท่ากับนักกฎหมาย แต่ก็ควรศึกษาจนถึงขั้นเข้าใจจนไม่ให้ใครมาเอาเปรียบได้ หากไม่สามารถศึกษาด้วยตนเองได้ก็ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือนักกฎหมาย

Posted in ธุรกิจ | Tagged | Comments Off

กฎหมายให้ความคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค

ปัจจุบันการดำเนินชีวิตในแต่ละบุคคลหรือการดำเนินการทางธุรกิจต่างๆย่อมมีความขัดแย้งทางกับบุคคลอื่นๆ ซึ่งขอบเขตในการขัดแย้งมีตั้งแต่กรณีทั่วๆไปเช่นการไม่จ่ายค่าบริการ การขัดแย้งในเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพการทำงาน การขัดแย้งระหว่างคู่ค้าทางธุรกิจ จนถึงกรณีขัดแย้งใหญ่ๆซับซ้อน หรือการฉ้อโกงทางการค้า ถึงแม้ว่าเราจะมีความพร้อมในด้านการให้บริการ และการดำเนินการทางกฎหมายผ่านศาล แต่เรายังคงรำลึกเสมอว่า ศาลคือสถานที่สุดท้ายแทนที่จะเป็นสถานที่แรกในการพึ่งพา ความขัดแย้งต่างๆมากมายสามาถแก้ไขได้โดยการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและเจรจาต่อรอง หากทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจอย่างแท้จริงด้านกฎหมาย

เมื่อผู้บริโภคถูกละเมิดสิทธิหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ประกอบธุรกิจเนื่องจากการใช้สินค้าหรือบริการ ผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโดยผู้บริโภคสามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อฟ้องเรียกทรัพย์สินหรือค่าเสียหายให้แก่ผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิจากการใช้สินค้าและการรับบริการ โดยผู้บริโภคไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการดำเนินคดีแต่อย่างใด กฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตของคนในสังคมโดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับการบริโภคสินค้าและการใช้บริการ ดังนั้นการบริโภคหรือการใช้บริการต่างๆจะต้องได้มาตรฐานและมีคุณภาพครบถ้วนตามที่ผู้ผลิตได้โฆษณาแนะนำไว้

ปัจจุบันนี้การเสนอสินค้าและบริการต่างๆ

ต่อประชาชนนับวันแต่จะเพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบธุรกิจการค้าและผู้ที่ประกอบธุรกิจโฆษณาได้นำวิชาการในทางการตลาดและทางการโฆษณามาใช้ในการส่งเสริมการขายสินค้าและบริการ ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคตกอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบ แต่การที่ผู้บริโภคแต่ละรายจะไปฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือผู้ประกอบธุรกิจโฆษณาเมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ย่อมจะเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเป็นการไม่คุ้มค่า และผู้บริโภคจำนวนมากไม่อยู่ในฐานะที่จะสละเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีได้ และในบางกรณีก็ไม่อาจระงับหรือยับยั้งการกระทำที่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้บริโภคได้ทันท่วงที สมควรมีกฎหมายให้ความคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคเป็นการทั่วไป โดยกำหนดหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจการค้า และผู้ประกอบธุรกิจโฆษณาต่อผู้บริโภค เพื่อให้ความเป็นธรรมตามสมควรแก่ผู้บริโภค

หน้าที่ของผู้บริโภคที่ควรปฏิบัติ

1) ผู้บริโภคต้องใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการซื้อสินค้าหรือรับบรริการ เช่น ตรวจสอบฉลากแสดงราคาและปริมาณ ไม่หลงเชื่อในคำโฆษณาคุณภาพสินค้า
2) การเข้าทำสัญญาผูกมัดการตามกฎหมาย โดยการลงมือชื่อ ต้องตรวจสอบความชัดเจนของภาษาที่ใช้ตามสัญญาให้เข้าใจรัดกุม หรือควรปรึกษาผู้รู้ทางกฏหมายหากไม่เข้าใจ
3) ข้อตกลงต่าง ๆ ที่ต้องการให้มีผลบังคับใช้ ควรทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้ประกอบธุรกิจด้วย
4) ผู้บริโภคมีหน้าที่เก็บหลักฐานไว้ เพื่อประโยชน์ในการเรียกร้องค่าเสียหาย
5) เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ผู้บริโภคควรดำเนินการเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือต่อคณะกรรมการคุ้มครอวผู้บรืโภค

Posted in ธุรกิจ | Tagged , , | Comments Off

กฎหมายแรงงานที่ผู้ประกอบการด้านธุรกิจและนายจ้างต้องรู้

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักละเลยไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของกฎหมาย

เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือมักจะมองข้ามไป หากไม่เกิดปัญหาหรือข้อพิพาทขึ้นก็มักจะไม่คิดถึงเรื่องกฎหมาย ทั้งๆที่จริงแล้วการประกอบกิจการไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามล้วนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายทั้งสิ้น การที่ผู้ประกอบกิจการประเภทใดก็ตามทำให้ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่เริ่มและยึดหลักกฎหมายในการดำเนินกิจการเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น เพราะหากเกิดข้อพิพาททางกฎหมายขึ้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูกก็มักจะต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลาในการดำเนินการเป็นอย่างมาก

กฎหมายแรงงาน

คือ กฎหมายที่บัญญัติถึงสิทธิและหน้าที่ของนายจ้าง ลูกจ้าง องค์การของนายจ้าง และองค์กรของลูกจ้าง รวมทั้งมาตรการที่กำหนด ให้นายจ้าง ลูกจ้างและองค์กรดังกล่าวปฏิบัติต่อกันและรัฐ ทั้งนี้เพื่อให้การจ้างงาน และการใช้งาน การประกอบกิจการและความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเป็นไปโดยเหมาะสม ตามกฎหมายได้ทำการระบุไว้ว่า นายจ้างและลูกจ้างมีสิทธิที่จะแสดงเจตนาทำสัญญาจ้างแรงงานกันโดยสามารถทำได้ทั้งที่เป็นหนังสือหรือปากเปล่าก็ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายคุ้มครองแรงงานซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งถ้าเกิดมีการกระทำที่ส่อไปในทางที่จะขัดต่อกฎหมายดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะ

กฎหมายแรงงาน เป็นกฎหมายที่รัฐตราขึ้นมาเพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่พึงมีต่อกันอันเกี่ยวเนื่องกับการจ้างแรงงาน โดยวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการคุ้มครองแรงงาน ให้การจ้างและการประกอบอุตสาหกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของสังคม มีระบบมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ข้อกำหนดเกี่ยวกับกฎหมายแรงานนั้นมีบัญญัติไว้ในกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งในปัจจุบันผู้ประกอบการในประเทศไทยหลายราย โดยเฉพาะผู้ประกอบการต่างชาติไม่ทราบหรือไม่เข้าใจว่าจะต้องให้ลูกจ้างของตนหยุดงานตามวันที่ทางราชการประกาศกำหนดให้เป็นวันหยุดตามประเพณี ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการภายในองค์กรของผู้ประกอบการนั้นๆเป็นอย่างมาก รวมถึงอาจทำให้ผู้ประกอบการนั้นๆ มีปัญหากับลูกจ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกจ้างอาจนำเรื่องเข้าสู่การดำเนินกระบวนพิจารณาทางกฎหมาย ซึ่งผู้ประกอบการอาจต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้

กฎหมายเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับพนักงานทุกคน

และเป็นสิ่งที่ทุกคนควรรู้เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับตัวของคุณเอง ในปัจจุบันพนักงานส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยใส่ใจกับเรื่องพวกนี้มากนัก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าคุณจะทำงานหรือประกอบธุรกิจแบบไหนประเภทไหน คุณก็ควรที่จะรู้และเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานที่ให้ความคุ้มครองชีวิตของคุณอยู่ เช่น หากคุณถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้างคุณควรทำอย่างไร หรืออัตราค่าจ้างขั้นต่ำเท่าไหร่ที่เราควรจะได้รับ

Posted in ธุรกิจ | Tagged , , | Comments Off