จะประกอบธุรกิจควรที่จะรู้กฎหมายไว้

15 August 2014 | By admin in ธุรกิจ | Comments Off

การประกอบธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือธุรกิจขนาดเล็ก ผู้ประกอบการควรมี ความรู้ในด้านกฎหมายบ้างพอสมควร หากตนเองไม่มีความรู้ด้านกฎหมายก็ควรหาผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายมาให้คำแนะนำ เพราะการเริ่มต้นประกอบธุรกิจในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งในรูปแบบของบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือแม้แต่เป็นเจ้าของกิจการคนเดียวก็ล้วนแล้วแต่จะต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมายทั้งสิ้น

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักละเลยไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของกฎหมาย เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือมักจะมองข้ามไป หากไม่เกิดปัญหาหรือข้อพิพาทขึ้นก็มักจะไม่คิดถึงเรื่องกฎหมาย ทั้งๆที่จริงแล้วการประกอบกิจการไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามล้วนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายทั้งสิ้น การที่ผู้ประกอบกิจการประเภทใดก็ตามทำให้ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่เริ่มและยึดหลักกฎหมายในการดำเนินกิจการเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น เพราะหากเกิดข้อพิพาททางกฎหมายขึ้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูกก็มักจะต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลาในการดำเนินการเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการจึงควรคำนึงถึงหลักการประกอบการตามสุภาษิตไทยที่ว่า “กันไว้ดีกว่าแก้”

เมื่อประกอบธุรกิจแล้วมีการซื้อขายสินค้า มีการทำสัญญาเช่าก็จะต้องมีการชำระค่าสินค้าหรือค่าเช่า บางครั้งอาจชำระเป็นเช็ค ซึ่งเช็คตามกฎหมายถือเป็นตราสารชนิดหนึ่งเพื่อประโยชน์ในทางการเงิน การสั่งจ่ายเช็คโดยที่ไม่มีเงินในบัญชี หรือมีเงินในบัญชีไม่พอเมื่อครบกำหนดตามเช็ค อาจมีโทษทางอาญาทั้งจำหรือปรับ หากผู้ประกอบการขาดความเข้าใจในเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับเช็ค ผลสุดท้ายอาจทำให้ผู้ประกอบการต้องรับโทษทางอาญาโดยที่ผู้ประกอบการไม่มีเจตนาจะไม่ชำระเงินตามเช็ค แต่อาจเกิดจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยก็เป็นได้

ในการประกอบกิจการหากต้องมีการทำสัญญากับบุคคลภายนอก ถ้อยคำในสัญญา บางครั้งเป็นภาษากฎหมาย ผู้ประกอบการอาจไม่เข้าใจกับภาษากฎหมาย เมื่อผู้ประกอบการลงนามในสัญญานั้นไปแล้วก็เท่ากับผูกพันตนไปกับสัญญานั้น ทั้งที่ยังไม่เข้าใจข้อสัญญาอย่างถ่องแท้ ซึ่งส่งผลให้อาจเสียเปรียบกับคู่สัญญาได้

ปัญหาและข้อพิพาทต่างๆของผู้ประกอบการในการทำธุรกิจก็มักเกิดจากความไม่เข้าใจหรือขาดความรู้ทางด้านกฎหมายของตัวผู้ประกอบการ รวมถึงไม่ให้ความสำคัญในเรื่องกฎหมายอันจะนำมาซึ่งความเสียหายในอนาคต

ดังนั้น ก่อนที่จะประกอบธุรกิจรูปแบบใดก็ตาม นอกจากจะศึกษาหาความรู้ในเรื่องตัวสินค้า กระบวนการผลิต วิธีการหาตลาด ฯลฯ ผู้ประกอบการควรศึกษาหาความรู้ในด้านกฎหมายควบคู่ไปด้วย อาจไม่ต้องศึกษาจนเชี่ยวชาญเท่ากับนักกฎหมาย แต่ก็ควรศึกษาจนถึงขั้นเข้าใจจนไม่ให้ใครมาเอาเปรียบได้ หากไม่สามารถศึกษาด้วยตนเองได้ก็ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือนักกฎหมาย

กฎหมายให้ความคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค

28 July 2014 | By admin in ธุรกิจ | Comments Off

ปัจจุบันการดำเนินชีวิตในแต่ละบุคคลหรือการดำเนินการทางธุรกิจต่างๆย่อมมีความขัดแย้งทางกับบุคคลอื่นๆ ซึ่งขอบเขตในการขัดแย้งมีตั้งแต่กรณีทั่วๆไปเช่นการไม่จ่ายค่าบริการ การขัดแย้งในเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพการทำงาน การขัดแย้งระหว่างคู่ค้าทางธุรกิจ จนถึงกรณีขัดแย้งใหญ่ๆซับซ้อน หรือการฉ้อโกงทางการค้า ถึงแม้ว่าเราจะมีความพร้อมในด้านการให้บริการ และการดำเนินการทางกฎหมายผ่านศาล แต่เรายังคงรำลึกเสมอว่า ศาลคือสถานที่สุดท้ายแทนที่จะเป็นสถานที่แรกในการพึ่งพา ความขัดแย้งต่างๆมากมายสามาถแก้ไขได้โดยการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและเจรจาต่อรอง หากทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจอย่างแท้จริงด้านกฎหมาย

เมื่อผู้บริโภคถูกละเมิดสิทธิหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ประกอบธุรกิจเนื่องจากการใช้สินค้าหรือบริการ ผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโดยผู้บริโภคสามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อฟ้องเรียกทรัพย์สินหรือค่าเสียหายให้แก่ผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิจากการใช้สินค้าและการรับบริการ โดยผู้บริโภคไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการดำเนินคดีแต่อย่างใด กฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตของคนในสังคมโดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับการบริโภคสินค้าและการใช้บริการ ดังนั้นการบริโภคหรือการใช้บริการต่างๆจะต้องได้มาตรฐานและมีคุณภาพครบถ้วนตามที่ผู้ผลิตได้โฆษณาแนะนำไว้

ปัจจุบันนี้การเสนอสินค้าและบริการต่างๆ

ต่อประชาชนนับวันแต่จะเพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบธุรกิจการค้าและผู้ที่ประกอบธุรกิจโฆษณาได้นำวิชาการในทางการตลาดและทางการโฆษณามาใช้ในการส่งเสริมการขายสินค้าและบริการ ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคตกอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบ แต่การที่ผู้บริโภคแต่ละรายจะไปฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือผู้ประกอบธุรกิจโฆษณาเมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ย่อมจะเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเป็นการไม่คุ้มค่า และผู้บริโภคจำนวนมากไม่อยู่ในฐานะที่จะสละเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีได้ และในบางกรณีก็ไม่อาจระงับหรือยับยั้งการกระทำที่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้บริโภคได้ทันท่วงที สมควรมีกฎหมายให้ความคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคเป็นการทั่วไป โดยกำหนดหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจการค้า และผู้ประกอบธุรกิจโฆษณาต่อผู้บริโภค เพื่อให้ความเป็นธรรมตามสมควรแก่ผู้บริโภค

หน้าที่ของผู้บริโภคที่ควรปฏิบัติ

1) ผู้บริโภคต้องใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการซื้อสินค้าหรือรับบรริการ เช่น ตรวจสอบฉลากแสดงราคาและปริมาณ ไม่หลงเชื่อในคำโฆษณาคุณภาพสินค้า
2) การเข้าทำสัญญาผูกมัดการตามกฎหมาย โดยการลงมือชื่อ ต้องตรวจสอบความชัดเจนของภาษาที่ใช้ตามสัญญาให้เข้าใจรัดกุม หรือควรปรึกษาผู้รู้ทางกฏหมายหากไม่เข้าใจ
3) ข้อตกลงต่าง ๆ ที่ต้องการให้มีผลบังคับใช้ ควรทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้ประกอบธุรกิจด้วย
4) ผู้บริโภคมีหน้าที่เก็บหลักฐานไว้ เพื่อประโยชน์ในการเรียกร้องค่าเสียหาย
5) เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ผู้บริโภคควรดำเนินการเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือต่อคณะกรรมการคุ้มครอวผู้บรืโภค

กฎหมายแรงงานที่ผู้ประกอบการด้านธุรกิจและนายจ้างต้องรู้

25 June 2014 | By admin in ธุรกิจ | Comments Off

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักละเลยไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของกฎหมาย

เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือมักจะมองข้ามไป หากไม่เกิดปัญหาหรือข้อพิพาทขึ้นก็มักจะไม่คิดถึงเรื่องกฎหมาย ทั้งๆที่จริงแล้วการประกอบกิจการไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามล้วนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายทั้งสิ้น การที่ผู้ประกอบกิจการประเภทใดก็ตามทำให้ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่เริ่มและยึดหลักกฎหมายในการดำเนินกิจการเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น เพราะหากเกิดข้อพิพาททางกฎหมายขึ้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูกก็มักจะต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลาในการดำเนินการเป็นอย่างมาก

กฎหมายแรงงาน

คือ กฎหมายที่บัญญัติถึงสิทธิและหน้าที่ของนายจ้าง ลูกจ้าง องค์การของนายจ้าง และองค์กรของลูกจ้าง รวมทั้งมาตรการที่กำหนด ให้นายจ้าง ลูกจ้างและองค์กรดังกล่าวปฏิบัติต่อกันและรัฐ ทั้งนี้เพื่อให้การจ้างงาน และการใช้งาน การประกอบกิจการและความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเป็นไปโดยเหมาะสม ตามกฎหมายได้ทำการระบุไว้ว่า นายจ้างและลูกจ้างมีสิทธิที่จะแสดงเจตนาทำสัญญาจ้างแรงงานกันโดยสามารถทำได้ทั้งที่เป็นหนังสือหรือปากเปล่าก็ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายคุ้มครองแรงงานซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งถ้าเกิดมีการกระทำที่ส่อไปในทางที่จะขัดต่อกฎหมายดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะ

กฎหมายแรงงาน เป็นกฎหมายที่รัฐตราขึ้นมาเพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่พึงมีต่อกันอันเกี่ยวเนื่องกับการจ้างแรงงาน โดยวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการคุ้มครองแรงงาน ให้การจ้างและการประกอบอุตสาหกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของสังคม มีระบบมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ข้อกำหนดเกี่ยวกับกฎหมายแรงานนั้นมีบัญญัติไว้ในกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งในปัจจุบันผู้ประกอบการในประเทศไทยหลายราย โดยเฉพาะผู้ประกอบการต่างชาติไม่ทราบหรือไม่เข้าใจว่าจะต้องให้ลูกจ้างของตนหยุดงานตามวันที่ทางราชการประกาศกำหนดให้เป็นวันหยุดตามประเพณี ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการภายในองค์กรของผู้ประกอบการนั้นๆเป็นอย่างมาก รวมถึงอาจทำให้ผู้ประกอบการนั้นๆ มีปัญหากับลูกจ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกจ้างอาจนำเรื่องเข้าสู่การดำเนินกระบวนพิจารณาทางกฎหมาย ซึ่งผู้ประกอบการอาจต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้

กฎหมายเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับพนักงานทุกคน

และเป็นสิ่งที่ทุกคนควรรู้เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับตัวของคุณเอง ในปัจจุบันพนักงานส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยใส่ใจกับเรื่องพวกนี้มากนัก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าคุณจะทำงานหรือประกอบธุรกิจแบบไหนประเภทไหน คุณก็ควรที่จะรู้และเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานที่ให้ความคุ้มครองชีวิตของคุณอยู่ เช่น หากคุณถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้างคุณควรทำอย่างไร หรืออัตราค่าจ้างขั้นต่ำเท่าไหร่ที่เราควรจะได้รับ

กฎหมายเป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจทุกธุรกิจการค้า

24 May 2014 | By admin in ธุรกิจ | Comments Off

ความฝันของคนเราในหลายคนๆ ล้วนแต่แตกต่างกันออกไป บางคนสามารถไล่ล่าตามหาความฝันของตนเองจนเจอ แต่อีกหลายคนยังคงดิ้นรนที่จะตามหาฝันให้ได้พบ ซึ่งเราเชื่อว่าอย่างหลังน่าจะมีเป็นจำนวนมากกว่าอย่างแรก และหนึ่งในความฝันที่มีผู้คนต้องการไขว่คว้ามากที่สุดโดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆนั่นคือ ความฝันที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองซักอย่างหนึ่งนั่นเอง

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าการมีธุรกิจเป็นของตนเองเป็นสิ่งที่ทุกคนพึงประสงค์จะมี แต่การที่จะมีธุรกิจเป็นของตนเองที่ประสบความสำเร็จได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า บางคนเมื่อเห็นอุปสรรคดังนี้แล้วก็มีความท้อแท้ ไม่กล้าที่จะฝันต่อ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่คิดเช่นนั้นกลับพยายามที่จะสร้างธุรกิจเป็นของตนเองให้จนได้ ซึ่งการที่จะเริ่มธุรกิจได้นั้นมีปัจจัยต่างๆ ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างรากฐานมากมายที่เราควรที่จะต้องทำการศึกษาและเตรียมการเอาไว้ใช้ประกอบการเริ่มธุรกิจของคุณเอง

กฎหมายเป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจทุกธุรกิจการค้า ดังนั้นเจ้าของกิจการหรือพนักงานมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ หากนักธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อาจทำให้ไร้ผล หรือไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ซึ่งส่งผลเสียหายต่อการทำธุรกิจ นักธุรกิจและพนักงานของบริษัท จำเป็นจะต้องเข้าใจกฎหมายขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต้องรู้เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการทำนิติกรรมสัญญากับคู่ค้า การผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้ สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้ในการทวงถามหนี้ รวมถึงสิทธิในการเรียกดอกเบี้ยและค่าเสียหาย การใช้เช็คในการชำระหนี้ รวมถึงการดำเนินคดีต่าง หากมีข้อพิพาททั้งทางแพ่งและทางอาญา รวมทั้งต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับอายุความ ของหนี้ หากปล่อยปละละเลยอาจทำให้คดีขาดอายุความ สูญเสียสิทธิในการดำเนินคดีในชั้นศาล

การทำธุรกิจจะต้องมีการจ้างทนาย ซึ่งทนายความที่คุณต้องการมากที่สุดจะต้องเป็นทนายความที่มีประสบการณ์มากพอสมควร และมีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นใหม่ ซึ่งทนายความประเภทนี้จะมีส่วนเข้ามาช่วยคุณได้อย่างมากในการเริ่มต้นบุกเบิกทำธุรกิจ ซึ่งทนายความของคุณจะเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาต่างๆ ที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เช่น การร่างสัญญาเช่าอาคารหรือสถานที่ต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งทนายความที่ดีจะรู้และเข้าใจถึงในสิ่งที่คุณพยายามจะทำ และจะเข้ามาช่วยสร้างโครงสร้างของธุรกิจที่มีประโยชน์กับตัวคุณ

การเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องยากตามที่ทุกคนเข้าใจแต่ประการใด แต่คุณต้องทำการศึกษาเข้าใจพื้นฐานต่างๆ ให้เข้าใจชัดเจนก่อนที่จะลงมือเริ่มธุรกิจ เพราะพื้นฐานที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เปรียบเสมือนกับเสาหลักของกิจการที่จะช่วยเป็นฐานรองรับน้ำหนักของการเติบโตของกิจการคุณเองในอนาคต ถ้าคุณศึกษาไม่ละเอียดมากพอ และมองข้ามสิ่งต่างๆเหล่านี้ไป แม้จะเป็นรายละเอียดแค่เพียงเล็กน้อย ก็อาจจะทำให้กิจการของคุณถล่มล้มลงไม่เป็นท่าเพราะพื้นฐานที่ไม่แข็งแรงก็เป็นได้

กฎหมายธุรกิจสำหรับผู้บริหารเป็นพื้นฐานที่ควรเรียนรู้ไว้

30 April 2014 | By admin in ธุรกิจ | Comments Off

ธุรกิจมีอิทธิพลอย่างมากต่อชีวิตประจำวันและมีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจ ทั้งนี้เนื่องจากมนุษย์มีความต้องการเป็นพื้นฐาน และเพื่อขวานขวายให้ได้มาซึ่งสิ่งต่าง ๆ สำหรับมาบำบัดความต้องการของตนเองและครอบครัว จึงก่อให้เกิดกิจกรรม (Activities) ประเภทต่าง ๆ ที่ถือว่าเป็นธุรกิจขึ้น ธุรกิจจึงเกิดขึ้นโดยมีจุดมุ่งเพื่อจะบำบัดหรือสนองความต้องการของมวลมนุษย์ นั่นเอง ผู้ประกอบธุรกิจแทบทุกประเภทมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญอย่างเดียวกัน คือ ต้องการกำไร แต่ธุรกิจไม่ควรมุ่งกำไรสูงสุด เพราะธุรกิจควรมีหน้าที่ในการรับผิดชอบต่อสังคมด้วย นอกจากนี้ยังมีธุรกิจบางอย่างที่ตั้งขึ้นมาโดยไม่มุ่งหวังผลกำไร เช่น กิจการไฟฟ้า ประปา การเดินรถประจำทาง โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา เป็นต้น

ธุรกิจเป็นพลังผลักดันที่ครอบคลุมไปทั่วสังคมของมนุษย์ เป็นที่ก่อให้เกิดการว่าจ้างแรงงาน เป็นแหล่งที่ใช้ทรัพยากรมากที่สุด เป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดรายได้และภาษีอากร ซึ่งแต่ละปัจจัยดังกล่าวนี้มีอิทธิพลที่จะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและ สังคม

ความสำเร็จของธุรกิจขึ้นอยู่กับความสามารถและความชำนาญของมนุษย์ตลอดจน สุขภาพและความคิดอ่าน เพราะพลังคนเป็นสิ่งสำคัญในการประกอบการ อย่างไรก็ตามธุรกิจต่าง ๆ นั้นมิได้ตั้งขึ้นแต่เพียงเพื่อแสวงหากำไรเท่านั้น หากยังได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมโดยการจัดให้มีสินค้าและบริการสนองตอบความ ต้องการของสังคมด้วย

ในโลกธุรกิจปัจจุบัน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจถือเป็นพื้นฐานจำเป็นอย่างยิ่งที่นักบริหารธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง หรือเล็กจะต้องปฏิบัติตามและให้ความสำคัญในอันดับต้นๆ ทั้งนี้เพราะการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามตัวบทกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอาจสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อการดำเนินธุรกิจได้ เช่น อาจต้องเสียค่าปรับเป็นเงินมหาศาลถึงขั้นบริษัทต้องล้มละลาย ผู้บริหารอาจต้องติดคุก ติดตาราง ยิ่งกว่านั้น ในบางกรณีการกระทำโดยประมาท หรือการละเมิดสิทธิบุคคล หรือสิทธิชุมชนก็อาจนำไปสู่ความหายนะของชุมชน ประชาชน สิ่งแวดล้อม หรือพืชพันธุ์สัตว์ต่างๆ เช่น การระเบิดปากบ่อเจาะน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก ในปี พ.ศ.2553 ได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อสิ่งแวดล้อม คน และสัตว์ป่า สัตว์น้ำต่างๆ ในบริเวณอ่าวเม็กซิโก ซึ่งต่อมาบริษัทขุดเจาะน้ำมันบีพีของอังกฤษต้องชดใช้ค่าเสียหายหลายแสนล้านดอลลาร์

ด้วยเหตุผลข้างต้น การดำเนินธุรกิจที่มีความสลับซับซ้อนประกอบกับความตื่นตัวในสิทธิประโยชน์ของประชาชน กลุ่มสังคม และกลุ่มเฝ้าระวังต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจถือเป็นพื้นฐานที่จำเป็นที่ผู้บริหารทุกคนจะมองข้ามมิได้อย่างเด็ดขาด